สบส. บุกรวบเฮลท์โค้ช ลอบเปิดบูธตรวจโรค คาร้านอาหาร ย่านบางนา
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ร่วมแพทยสภา และตำรวจ บุกรวบโค้ชสุขภาพ (Health Coach) ลอบเปิดบูธตรวจวินิจฉัยโรคในร้านอาหาร ย่านบางนา ก่อความสุ่มเสี่ยงต่อสุขภาพ ร่างกาย ของผู้รับบริการ จากการวินิจฉัยโรคผิดพลาด ทำให้รักษาช้า หรือไม่ตรงกับโรคที่เป็นจริง นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า ตามที่ กรม สบส.ได้รับเบาะแสว่ามีบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดำเนินการในลักษณะเป็นโค้ชสุขภาพ โฆษณาเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าตรวจสุขภาพหลอดเลือดบริเวณลำคอ (CIMT) เพื่อตรวจสอบหาความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ผ่านข่องทางสื่อออนไลน์ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 3 หมื่นราย ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ ร่างกายของผู้รับบริการได้ ดังนั้น ตนจึงมีข้อสั่งการให้ พนักงานเจ้าหน้าที่กองกฎหมาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่แพทยสภา และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.4 บก.ปคบ.) ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ได้เข้าตรวจสอบจุดนัดหมายซึ่งเป็นร้านอาหาร ที่ตั้งอยู่ในย่านบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร โดยขณะตรวจสอบพบผู้ให้บริการตรวจอัลตราซาวด์ เป็นหญิงอายุ 22 ปี และผู้วินิจฉัยอ่านผล CIMT เป็นหญิงอายุ 49 ปี ซึ่งทั้ง 2 ราย ให้การยอมรับว่าตนไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม คณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อหากับผู้กระทำผิด ในฐานประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 พร้อมส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนข้อหาประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องและดำเนินการต่อไป ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า การตรวจวินิจฉัยโรคถือเป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญในการรักษาพยาบาล ซึ่งจะต้องอาศัยผู้มีความเชี่ยวชาญอย่างแพทย์ในการตรวจวินิจฉัย หากให้บุคคลที่มิใช่แพทย์มาดำเนินการแล้ว อาจส่งผลให้เกิดการวินิจฉัยผิดพลาด ทำให้รักษาช้า หรือรักษาไม่ตรงโรค โดยเฉพาะโรคที่มีผลกระทบต่อสมองอย่างโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งหากรักษาล่าช้าแล้วอาจส่งผลให้เกิดความพิการถาวร อัมพฤกษ์ อัมพาต หรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้น ในการตรวจวินิจฉัยโรคแต่ละครั้งขอให้ประชาชนตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการว่าเป็นแพทย์จริงหรือไม่ จากเว็บไซต์แพทยสภา (https://checkmd.tmc.or.th/v3) และหากพบเห็นหรือทราบเบาะแสการให้บริการทางการตรวจรักษาโรคโดยบุคคลที่มิใช่แพทย์ ในกรุงเทพมหานคร สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กรม สบส. ทางหมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7002 ส่วนในส่วนภูมิภาคก็สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป