รมว. สธ. สั่งการ สบส. ลงสอบเนอร์สซิ่งโฮม อ.ท่าม่วง จากเหตุร้องทำร้ายผู้รับบริการ พบตกมาตรฐานหลายด้านทั้งสถานที่ และความปลอดภัย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข นำทีมลงสอบเนอร์สซิ่งโฮม อำเภอท่าม่วง จากเหตุร้องเรียนทำร้ายผู้รับบริการ พบการดำเนินการตกมาตรฐานหลายด้าน ทั้งต่อเติมสถานที่โดยไม่ได้รับอนุญาต พื้นที่ให้บริการและการจัดการสุขาภิบาลไม่ปลอดภัยกับผู้สูงอายุ จึงรวบรวมข้อมูลเสนอพิจารณาพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต พร้อมดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายต่อไป วันนี้ (6 ตุลาคม 2569) นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. เปิดเผยว่า จากกรณีหญิงสูงอายุร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน ว่าโดนนำไปกักขังในบ้านพักผู้สูงอายุแห่งหนึ่ง ในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งระหว่างนั้นมีการทำร้ายร่างกาย รวมถึง มีการดำเนินการที่ไม่ได้มาตรฐานหลายอย่าง ทั้งในด้านสถานที่ การบริการ ฯลฯ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความกังวลถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดกับสุขภาพ ร่างกาย รวมถึงจิตใจของผู้รับบริการ จึงสั่งการให้กรม สบส. ตรวจสอบข้อเท็จจริงหากพบมีการกระทำผิดมาตรฐานให้ดำเนินการเอาผิดโดยทันที ตนจึงนำพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรม สบส.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ ณ สถานดูแลผู้สูงอายุดังกล่าว ตั้งอยู่ในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี โดยจากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้น พบว่าสถานดูแลผู้สูงอายุฯ มีการขึ้นทะเบียนให้บริการในประเภท การดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง หรือเนอร์สซิ่งโฮม (Nursing Home) กับศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 กรม สบส. โดยขณะเข้าตรวจสอบ ผู้รับอนุญาตฯ เป็นผู้นำตรวจสถานที่ ซึ่งพบว่าสถานที่มีการเปลี่ยนแปลงและปรับสภาพไปจากที่ได้รับอนุญาต โดยพบห้องลูกกรงเหล็กที่ล็อคกุญแจจากภายนอก พบการขึงลวดหนามหีบเพลงรอบบริเวณพื้นที่ให้บริการ และพบเตียงของผู้รับบริการที่มีการดัดแปลงเพิ่มโครงเหล็กลักษณะเป็นลูกกรงไว้สำหรับครอบปิดผู้ให้บริการเพื่อขังไว้อีกชั้นหนึ่ง มีการเพิ่มจำนวนเตียงเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต จากเดิมที่ได้รับอนุญาต จำนวน 50 เตียง แต่พบจริง ณ วันที่ลงตรวจ จำนวน 129 เตียง และพื้นที่ให้บริการมีการขยายขนาดเพิ่มจากเดิมที่ได้รับอนุญาต ขนาด 1,600 ตารางเมตร เพิ่มเป็น 4,641 ตารางเมตร อีกทั้งจากการตรวจมาตรฐานด้านสถานที่และความปลอดภัย พบว่าไม่มีระบบบำบัดเสีย พื้นห้องน้ำมีการทรุดตัวรอยแตกร้าว รอยแยกของผนัง ด้านประตูเปิดปิด จุดพักขยะไม่มีการจัดการที่ถูกต้อง ห้องที่ให้บริการที่พื้นต่างระดับสูงไม่มีบันได้ขึ้นลงถาวร และราวจับบันได ส่วนมาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ พบการจัดพื้นที่ปรุงอาหาร เตรียมอาหารไม่เป็นสัดส่วน ไม่สะอาดเรียบร้อย ไม่มีระบบการระบายอากาศที่ได้มาตรฐาน การเก็บภาชนะไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น การเก็บอุปกรณ์เตรียมอาหารและภาชนะไม่เก็บไว้ในที่มิดชิด มีการเก็บยาฆ่าแมลงปะปนไว้ร่วมกับวัตถุดิบที่ใช้การประกอบอาหาร พบผู้รับบริการไม่ตรงตามประเภทที่ได้รับอนุญาต ได้แก่ ผู้ป่วยได้รับยาจิตเวช ผู้ป่วยหลังบำบัดยาเสพติด และจากการตรวจเวชระเบียนของผู้รับบริการไม่พบใบรับรองคำวินิจฉัยจากแพทย์ ในการนำผู้ป่วยจิตเวชที่เข้ารับบริการตาม พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ซึ่งกรม สบส. จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อตรวจสอบ โดยอาจจะพิจารณาพักใช้ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาตและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ด้านนายสมศักดิ์ กรีชัย รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวเพิ่มเติมว่า กรม สบส. ได้กำหนดมาตรฐานสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงตามกฎหมาย โดยคุมเข้มทั้งด้านสถานที่ อาทิ สถานที่จะต้องมีความมั่นคง ปลอดภัย มีการแบ่งสัดส่วนการให้บริการให้ชัดเจน มีระบบระบายอากาศและแสงสว่างที่เหมาะสม ฯลฯ ด้านความปลอดภัย อาทิ มีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและคู่มือการปฐมพยาบาลที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา มีระบบป้องกันอัคคีภัย สัญญาณเตือนภัย และอุปกรณ์ช่วยฟื้นคืนชีพ ฯลฯ ด้านการให้บริการ อาทิ มีแนวทางการปฏิบัติในการส่งเสริมฟื้นฟูสุขภาพที่เหมาะสมกับผู้รับบริการอย่างชัดเจน มีแนวทางหรือมาตรการในการควบคุม ดูแล และป้องกันผู้รับบริการจากการถูกกระทำต่อร่างกายและจิตใจ ฯลฯ โดยจะมีการตรวจประเมินก่อนอนุญาต (Pre-Audit) และติดตามประเมินภายหลังได้รับอนุญาต (Post-Audit) อย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ ทั้งนี้หากพบเห็นหรือทราบเบาะแสการดำเนินการของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน หากอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถแจ้งได้ที่กรม สบส. ทางหมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7002 แต่ถ้าหากอยู่ในส่วนภูมิภาคก็สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพในพื้นที่ได้