กรม สบส. ชวน อสม. และ อสส. ร่วมดูแล 6 กลุ่มเสี่ยง จากโรคฮีทสโตรก ภัยเงียบจากอากาศร้อน
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ชวนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครกรุงเทพมหานคร (อสส.) ร่วมดูแลสุขภาพประชาชน 6 กลุ่มเสี่ยง จากโรคและภัยสุขภาพในฤดูร้อน โดยเฉพาะโรคฮีทสโตรก ภัยเงียบจากอากาศร้อนที่อันตรายถึงชีวิต นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า ในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2569 (กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม) กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ว่าอากาศจะมีสภาพร้อนจัดกว่าปีที่แล้วโดยอุณหภูมิอาจพุ่งสูงถึง 42-43 องศาเซลเซียส ในช่วงกลางเดือนมีนาคม-เมษายน ที่มีการเดินทางของประชาชนอย่างคับคั่งในช่วงอากาศร้อนสูงนั้น จึงมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการเจ็บป่วยจากโรคที่เกี่ยวข้องกับความร้อนได้ โดยเฉพาะ โรคลมร้อน หรือ ฮีทสโตรก (Heat Stroke) ซึ่งเกิดขึ้นได้อย่างกะทันหันโดยไม่รู้ตัว จากการที่ร่างกายผู้ป่วยไม่สามารถระบายความร้อน จนมีอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เกิดอาการวิงเวียน ปวดศีรษะ มึนงง หน้ามืด คลื่นไส้ อาเจียน ชักเกร็ง และหมดสติ ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตราย ต่ออวัยวะสำคัญ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอย่างทันท่วงทีอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้น เพื่อป้องกัน อันตรายที่จะเกิดต่อสุขภาพของประชาชน กรม สบส. จึงได้มีการเผยแพร่ข้อมูลสื่อความรู้เกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพที่เกิดจากภาวะภัยร้อน ผ่านแอปพลิเคชัน SMART อสม. พร้อมประสานไปยังประธานชมรม อสม. และ อสส. ทั่วประเทศ ในการขอความร่วมมือให้พี่น้อง อสม. และ อสส. ดำเนินการเฝ้าระวัง และเผยแพร่ความรู้ให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะ 6 กลุ่มเสี่ยง ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ 1)เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุ 2)ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง 3)ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง ฯลฯ 4)ผู้ที่มีภาวะอ้วน 5)ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ และ6)ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก นายแพทย์ภูวเดชฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า อสม. และ อสส. จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเข้าใจ ต่อการป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่เกิดจากภาวะอากาศร้อนให้กับประชาชน ได้นำไปปฏิบัติ เช่น การหลีกเลี่ยงพื้นที่แดดจัด สวมเสื้อผ้าที่โปร่งระบายอากาศได้ดี ดื่มน้ำให้เพียงพอ งดดื่มสุรา/กาแฟ งดการร่วมกิจกรรมกลางแจ้งขณะแดดจัด และพกน้ำดื่มดื่มติดตัวตลอดเวลา จิบน้ำบ่อยๆ อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว พร้อมให้คำแนะนำในการช่วยเหลือ หากพบผู้ป่วยโรคฮีมสโตรก ให้โทรสายด่วน 1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) และนำผู้ป่วยเข้าในสถานที่ร่มหรือมีอุณหภูมิที่เย็น ถอดเสื้อผ้าและคลายเครื่องแต่งกายในท่านอนหงายยกขาสูง และอาจเช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำเย็น ใช้ถุงน้ำแข็งวางบริเวณศีรษะ ลำคอ รักแร้ ขาหนีบ ใช้สเปรย์น้ำเย็นพ่นหรือฝักบัว ระหว่างที่รอรถพยาบาล